Sign in to follow this  
Followers 0

รับมือยังไงเมื่อลูกเจอเพื่อนจอมแย่ง

1 post in this topic

ยาวหน่อยนะคะ เพราะเก็บข้อมูลให้มั่นใจก่อนแชร์ประสบการณ์ เมื่อลูกเราเจอเพื่อนจอมแย่ง
    
         ลูกชายอายุสองขวบจะครึ่งแล้วค่ะ พูดจาสื่อสารได้ดี หูดี เข้ากับเพื่อนๆ คนไหนก็ได้หมด ยกเว้นเพื่อนที่เป็นเด็กชายชื่อแอลค่ะ แอลจะสามขวบตัวใหญ่และสูงกว่าลูกชายค่ะ แต่แอลยังพูดไม่ได้เพราะพิการสูญเสียการได้ยิน ตอนแรกรู้จักกับแม่ของแอลฟังสตอรี่ของแม่เขา ก็รู้สึกสงสาร การที่เด็กหูปกติ พูดจาได้ปกติ การสื่อสารระหว่างลูกกับคนอื่นๆ ก็ง่าย แต่ลูกไม่ได้ยินพูดไม่ได้ ก็เหมือนปิดประตูสื่อสารของเด็ก แต่ทางรัฐบาลก็จ่ายหนักชดเชยให้นะคะ แถมจัดที่ให้เรียนเฉพาะคนพิการสูญเสียการได้ยิน และรักษาโดยให้ปลูกถ่ายคอเคลียฟรี แต่แอลจะได้รับการรักษาราวๆ เดือนหน้า ตอนนี้ก็ใช้อุปกรณ์ช่วยให้ได้ยินรอไปพลางๆ

       รู้จักกันมาจะเกือบปีแล้วค่ะ เริ่มจากเจอที่สนามเด็กเล่น ไม่สนิทกันมาก แต่พอเจอกันบ่อยๆ ก็เริ่มชวนมาที่บ้าน พอแอลมาที่บ้านก็เริ่มเห็นว่าลูกเรามีของเล่นอะไรบ้าง มีห้องส่วนตัว เขาขลุกเล่นกับของเล่นของลูกเรา ถ้าลูกเราเข้าไปหยิบอะไรมาเล่น ก็จะแย่งคืน แย่งไม่ได้ก็ร้องลั่นบ้าน หาของเล่นใหม่ให้ก็โยนทิ้ง เวลาโกรธก็ปาข้าวของเรา ก็เลยตัดปัญหา ไม่ต้องเจอกันที่บ้าน แต่เจอกันตามร้านกาแฟหรือ สนามเด็กเล่นแทน
 
        มีครั้งหนึ่งลูกชายเดินไปเล่นโทรศัพท์สาธารณะ แอลเห็นก็มาแย่งจากมือลูกชายไป ลูกชายก็ร้องไห้ แม่ของแอลก็พยายามบอกแอลว่าเพื่อนเสียใจนะ แต่รู้สึกว่าแอลจะไม่เข้าใจความรู้สึกคนอื่นนะ เราก็เลยปลอบลูกชายเรา พอลูกชายเราไปเล่นอย่างอื่น แอลก็เลิกเล่นโทรศัพท์ ลูกชายเราเห็นแอลเลิกเล่นก็เดินกลับมาเล่นอีก แอลก็วิ่งมาแย่งอีก เราก็เลยเลิกพยายาม ตอนนั้นเริ่มไม่ชอบกิริยาเด็กแอลขึ้นมาตะหงิดๆ เล่าให้สามีฟังสามีก็บอกว่า แอลทำไม่ถูก แต่แม่ไม่รู้จะสอนยังไงก็ได้แต่ปล่อยไป

      ต่อมาก็ไปเล่นที่ห้องสมุด ซึ่งของเล่นเยอะมากแบบไม่ต้องแย่งกันก็ได้ ลูกชายก็ไปเล่นชุดเตาบาร์บีคิว แต่เล่นเฉพาะกาต้มน้ำกับแก้วกาแฟ แอลเห็นก็มาจะแจมด้วย เราก็ส่งของอย่างอื่นให้ แอลไม่เอาค่ะ จะเอากาต้มน้ำและแก้วกาแฟในมือลูกชาย ลูกชายก็เดินหนี เราก็เลยบอกแม่แอลไปว่ามีชุดกาแฟอีกชุด เอามาให้ลูกเธอเล่นสิ เธอก็เลยแยกลูกเธอไปเล่นเหมือนงอนๆ  สักพักลูกเธอก็ไปเล่นกับลูกคนอื่น เธอก็เริ่มคุยกับคนดูแลเด็กคนนั้นถึงสตอรี่ที่เราเคยได้ฟังมาก่อน ว่าเธอลำบากมากเลี้ยงลูกที่พิการสูญเสียการได้ยิน แต่ที่น่าสังเกตุคือแอลไม่แย่งของเล่นจากเด็กคนนั้นเลย เพราะเด็กคนนั้นตัวเท่ากับแอล หรืออาจจะเพราะแอลจะแย่งเฉพาะอะไรที่ลูกชายเรามี

      เราก็มานั่งคิด ทุกครั้งที่เจอกันกับแม่แอลและแอล จะต้องมีเรื่องแย่ง หรืออยากได้ของๆ ลูกชายเรา แม่แอลก็เริ่มถามแหล่งซื้อของว่าเราไปซื้อที่ไหน ไปๆมาๆ เสื้อผ้าที่แอลใส่ก็เหมือนของลูกเรา แม่แอลก็ระดมซื้อ แล้วก็มาบ่นว่าแพง ๆ เราก็ไม่ได้บังคับให้ซื้อ ลูกอยากได้ หรือแม่อยากได้ อันนี้ไม่รู้แม่ลูกเขาสื่อสารกันยังไง เด็กอยากได้วันนี้ ไม่ซื้อให้วันนี้ วันพรุ่งนี้ก็ลืมแล้วล่ะ ยิ่งสื่อสารบอกแม่ไม่ได้ด้วย ก็ยิ่งง่าย แต่แม่ไม่รอให้ลูกลืมเอง ประเคนจัดให้ไม่ดูฐานะตัวเอง บ้านก็อาศัยสวัสดิการรัฐ สามีไม่ทำงาน ตัวเองไม่ทำงาน อยู่ด้วยเงินประกันตกงาน กับเงินที่รัฐจ่ายค่าเลี้ยงดูลูก แม่แอลมีมาบ่นด้วยว่าถ้าทำงานกลัวว่ารัฐบาลจะจ่ายเงินให้น้อยลง เรื่องแม่แอลนี่ต้องลงเป็นภาคต่อ นางเป็นผู้หญิงที่ไม่มีความสุข และไม่อยู่กับร่องกับรอย วันนี้จะหย่าสามี วันต่อมาจะมีลูกกับสามีคนนี้อีกสักสามคน บ่นว่าทะเลาะกันบ่อย ที่สงสัยคือ เวลาเขาสองคนทะเลาะกัน แอลอยู่ที่ไหน ใส่เครื่องช่วยฟังอยู่ไหม หรือถอดออกเพื่อลูกจะไม่ต้องได้ยิน

     ตอนหลังๆ เราก็เลิกพยายามเจอกัน เพราะสังเกตุว่าลูกเราเริ่มกลัวการถูกแย่ง ต้องคอยบอกตลอดว่าแบ่งกันเล่น กลัวว่าเจอแย่งบ่อยๆ ร้องบ่อย ๆ วันหนึ่งเขาไปโรงเรียนได้นิสัยนี้ติดไป จะเป็นที่ชื่นชอบของเด็กที่ชอบรังแกคนอื่น แม่แอลเหมือนจะรู้ตัวก็ห่างๆ ไป เว้นแต่ว่าไปร่วมกิจกรรมเดียวกันเลี่ยงไม่ได้ ก็คุยกัน ส่วนลูกชายเราก็ยังเล่นกับแอล แต่จะหนีแอลมากกว่าจะนั่งเล่นด้วยกัน 

     อาทิตย์ก่อนบังเอิญเจอกันที่สนาม ก็มีกลุ่มนักเรียนเอารถโมเดลมาเล่น แล้วก็ทิ้งไว้ให้เด็กคนอื่นเล่นได้ เพราะเขายังไม่กลับกัน ลูกชายเราก็เดินไปเก็บรถมาได้สองคัน แอลเห็นก็ร้องอยากได้ ลูกชายก็ส่งให้คันหนึ่งเก็บไว้เองคันหนึ่ง แอลก็ยังร้องจะเอาทั้งหมด เราก็เลยอธิบายเป็นภาษาใบ้ว่าคนละคัน เหมือนจะหยุดร้องนะ แต่สักพักลูกชายเราเลิกเล่นแอลก็เลยได้ไปสองคัน ลูกชายดันไปเจออีกคัน ก็เลยเล่นรถคันใหม่ แอลก็ร้องจะเอา แต่ครานี้ลูกชายวิ่งหนีเลย แอลก็ร้องไห้ สักพักเด็กๆเจ้าของของเล่นโดนคุณครูเรียกให้รวมตัว พร้อมกับคุณครู มาเก็บของเล่น แม่แอลพยายามบอกให้ลูกชายให้คืนของเล่นลูกชายก็ไม่ยอมคืน ลูกชายเราก็ยื่นของเล่นคืนครู แม่แอลก็บอกให้แอลทำตามลูกชายเรา แอลไม่ยอมคืนสุดท้ายแม่แอลต้องแงะของเล่นออกจากมือแอล แอลก็ร้องลั่น พยายามไปแย่งเอาจากคุณครูคนนั้น คุณครูเขาก็ไม่ให้ แอลก้มลงกำทรายขึ้นมาโยนใส่คุณครู   ตอนนั้นเราเห็นกิริยาของแอลชัดขึ้น ก็พยายามคิดหาวิธีจะสั่งสอนแอล 
  
      แอลนี่นะถ้าเขาอยากได้อะไรแล้วไม่ได้ เขาจะตีแม่เขา แม่เขาจะคอยบอกเสมอว่าเพราะลูกชายไม่รู้จะรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นยังไง เขาเลยมาตีแม่ แล้วแม่ก็ยอมให้ตีเป็นที่ระบายอารมณ์ มีครั้งหนึ่งที่แอลตีแม่ เราไปห้ามแล้วบอกว่า รักแม่ให้กอดแม่ ตีแม่ไม่ดี พร้อมกับบอกแม่แอลว่า กิริยาแบบนี้อย่าส่งเสริม เพราะวันหนึ่งเขาจะโตมา เวลามีปัญหานอกบ้าน เขาจะมาลงกับคนในบ้าน กับคนที่รักเขามากที่สุด ไม่ว่าเกิดปัญหาอะไรเขาจะโทษคนใกล้ตัวก่อน ยูไม่อยากให้ลูกเป็นคนแบบนั้นใช่ไหม แอลเหมือนจะเชื่อนะเพราะเห็นเลิกตีแม่แล้ว แต่ตีคนอื่นแทน ต้องหาที่ลงสักที่สิน่าา

     มาวันนี้ ลูกชายไปเล่นวิทยุสื่อสาร แอลเห็นก็มาแย่ง ลูกชายก็เบี่ยงตัวหลบ (เริ่มรับมือแอลได้) แอลไม่สามารถคว้าวิทยุได้ก็ เลยเอาลูกโป่งตีเข้าที่หน้าลูกชายเรา เราก็เลยบอกเขาว่า โน พร้อมกับใช้ภาษาใบ้ แอลก็วิ่งไปซุกหลังพ่อแม่ ลูกชายเล่นวิทยุสักพัก ก็เอาให้เราถือ เพราะเขาจะไปจับหนูที่ทางเจ้าหน้าที่เอามาให้เด็กสัมผัส แอลกับแม่มาพอดี แอลเห็นวิทยุที่เราถือก็จะเอา เราก็เอาวิทยุซ่อนข้างหลังและส่ายหัว แอลก็แหกปากร้องใหญ่เลย แม่ๆที่อยู่ในนั้นก็มองเราใหญ่ อารมณ์ว่าผู้ใหญ่รังแกเด็ก สักพักลูกชายก็มาขอเล่นวิทยุต่อ เราก็ถามลูกชายว่าเล่นเสร็จหรือยัง แอลจะได้เล่นต่อ ลูกชายเล่นพักหนึ่งก็บอกว่าเล่นเสร็จแล้ว เราก็เอาไปให้แอล แต่ตอนนั้นสังเกตุเห็นว่าแม่แอลงอนๆ เพราะเธอไม่มองเราเลย  พอกิจกรรมเลิก เราก็เดินไปสนามเด็กเล่นโดยไม่ได้ลาใคร แต่พอดีเราแวะไปบ้านระหว่างทางเลยถึงสนามช้า ที่บอกว่าช้าเพราะช้ากว่าแอลกับแม่แอล เราเห็นเขาเดินไกลๆ อ้อมไปอีกด้านของสนาม เราเล่นกันฝั่งตรงข้าม สักพักได้ยินเสียงแอลร้อง พอเราหันไป เห็นแม่แอลเข็นรถเข็นเดินออกจากสนามเด็กเล่นหายไป คิดว่าสงครามระหว่างแม่คงบังเกิดแล้วล่ะ ก็เลยส่งข้อความไปบอกว่าเกิดอะไรขึ้นที่กิจกรรม เหตุที่ไม่ให้ของเล่นกับแอลเพราะอยากให้เขาได้มีประสบการณ์ในการรอให้ผู้อื่นเล่นเสร็จก่อน การแย่งคนอื่นถ้าแอลได้มาคนอื่นจะเสียใจร้องไห้ แต่ถ้าแอลไม่ได้แอลจะเสียใจ การบอกด้วยคำพูดก็ไม่เกิดประโยชน์ ต้องให้เขาได้มีประสบการณ์ตรง แม่แอลบอกว่าที่ลูกชายชอบแย่งเพราะเด็กที่ลานกิจกรรมทำให้แอลเห็นเป็นตัวอย่าง คือใจเราอยากจะบอกเธอเหลือเกินว่าเรารู้จักแอลมาก่อนจะไปกิจกรรมอีก แอลนั้นชอบแย่งและอยากได้ของคนอื่นมาก่อนแล้ว ก่อนที่จะโทษคนอื่น หันมามองครอบครัวตัวเองก่อนดีไหม อันนี้แค่คิดนะคะไม่ได้บอกเธอ ด้วยเห็นว่าเธอก็คงลำบากสาหัสแล้วที่ต้องเลี้ยงลูกพิการสูญเสียการได้ยิน ไปตัดสินวิธีการเลี้ยงลูกเธออีก จะหมดกำลังใจกันเปล่าๆ แต่ทางเราก็จะพยายามแยกลูกเราออกมา 

     คุณแม่ท่านอื่นเคยมีประสบการณ์แบบนี้ไหมคะ รับมือยังไงกันบ้าง มาเล่าแลกเปลี่ยนกันที่หน้าบอร์ดนะคะ บอกตามตรงเลยนี่ลูกคนแรก เราก็ไม่รู้ว่าเรารับมือได้ถูกวิธีไหม เราขี้กลัวไปหรือเปล่า  

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now
Sign in to follow this  
Followers 0